อัตชีวประวัติ

นางสาว สุพิชญา จันทร์วงศ์ ชื่อเล่น กวาง เกิดเมื่อวันที่14 เดือน พฤศจิกายน 2534 ปัจจุบันอายุ 20 ปี เกิดที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ( แรกเกิดฉันมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม 5 ขีด) จังหวัดลำปาง มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน รวมทั้งตัวฉันเองและน้องชาย1คน น้องชายของฉันห่างจากฉันไป 10 ปี พ่อของฉันชื่อ นาย ประธาน จันทร์วงศ์ อายุ 41 ปี อาชีพ ทำไร่ทำนา ถ้าหากหมดจากการทำนาแล้วก็จะไปทำงานรับจ้างที่โรงไฟฟ้าได้ประมาณวันละ 200-300 บาท พ่อของฉันเป็นคนขยันพอๆ กับแม่เลย เพราะบางครั้งวันไหนที่พ่อไม่ทำโอทีหลังจากเลิกงานแล้วบางครั้งท่านก็ไปเข้าป่าหาอาหารหรือไปทำสวนเล็กๆน้อยๆไว้ปลูกกินเอง แม่ของฉันชื่อ นางประนอม จันทร์วงศ์ อายุ 40ปี อาชีพ ทำไร่ทำนา ค้าขาย แม่ของฉันเป็นแม่ค้าคนกลางซื้อของในหมู่บ้านไปขาย แม่ของฉันเป็นคนขยัน ขันแข็ง มากเลยทีเดียวเพราะว่าแม่ของฉันต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 มาทำกับข้าวแล้วไปซื้อของในตลาดไปขายยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง หรือไม่ก็บางครั้งกลับจากการขายของมาแล้วก็ยังไปทำสวนอีกด้วย

ในสภาพครอบครัวของฉันก็อยู่กันอย่างอบอุ่นมากถึงแม้ว่าจะเป็นครอบครัวเล็กๆ ทุกๆคนก็คอยเอาใจใส่กันคอยเป็นห่วงซึ่งกันและกัน ฉันสนิทกับคุณแม่คุยปรึกษาคุณแม่ได้ทุกๆเรื่องเลยแม่ก็จะสอนและให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอ ฉันรู้สึกว่าตัวเองชอบทำงานบ้านมาก พอหลังจากที่ทำงานบ้านฉันเสร็จแล้วก็ไปทำให้ที่บ้านของป้าต่ออีกเพราะว่าพี่สาวไปทำงานไม่มีใครทำให้

ต่อมาฉันได้เริ่มเข้าศึกษาที่โรงเรียนก่อนอนุบาล(ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) จากนั้นก็เข้าศึกษาต่ออนุบาลที่โรงเรียนวัดสบจาง ซึ่งตอนนั้นฉันยังจำความได้ดีเลยว่าฉันอยู่อนุบาลฟันของฉันผุมากเพราะชอบกินลูกอม ช็อกโกแลต จนเพื่อนๆล้อเอาว่ากวางฟันหลอ ส่วนกิจวัตรประจำวันในตอนเป็นเด็กอนุบาลก็ซนมากเลย เช้ามาก็ต้องสะพายกระเป๋าหิ้วปิ่นโตและถือกระบอกน้ำไปโรงเรียนมีผู้ปกครองคอยรับคอยส่งอยู่ตลอด ฉันเคยโดนครูแจกขนมเปียกบ่อย (ขนมเปียก ก็คือ ไม้เรียว) เพราะครูเด็กอนุบาลของฉันในโรงเรียนของฉันชอบพูดว่าขนมเปียก กิจกรรมการเรียนการสอนในตอนเด็กๆส่วนมากครูก็จะให้ปั้นดินน้ำมัน ฉีกปะระบายสี ฟังครูเล่านิทานก่อนนอน และออกกำลังกายในตอนเช้าหลังจากเข้าแถวเสร็จแล้ว ตื่นนอนตอนกลางวันมาก็ทาแป้ง ดื่มนม พอถึงเวลาสามโมงครึ่งก็เตรียมตัวกลับบ้านรอผู้ปกครองมารับ นี่ก็เป็นชีวิตของวัยเด็กเล็กที่ไม่รู้ประสีประสาอะไร ชอบซุกซนชอบความสนุกสนาน เวลาเห็นของเล่นหรือสิ่งที่อยากได้ก็จะรบเร้าผู้ปกครองซื้อให้ถาผู้ปกครองไม่ซื้อให้ก็ร้องร้องไห้ เสียงดัง ตะโกน จนกว่าฉันจะได้สิ่งนั้นมาให้ได้ เป็นต้น
พออายุย่างเข้า 7 ขวบ เข้าศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่ 1 โรงเรียนเดิมเนื่องจาก ว่าเป็นโรงเรียนใกล้บ้านแถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอีกด้วย จากที่เข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จแล้วคุณครูก็ได้ให้ท่องสูตรคูณแม่ 2-12 ทุกๆวัน เมื่อไปถึงโรงเรียนก็จะรีบไปทำเวรตามที่เขตรับผิดชอบของตัวเองที่ได้ทำ แล้วฉันจำได้ตอนอยู่ประถมศึกษาปีที่ 1 ฉันกับเพื่อนๆเห็นรถดูดส้มผ่านถนนไปฉันและเพื่อนๆยืนแกะอยู่ริมหน้าต่างร้องเรียกว่า ดูดส้วมหน่อยค่ะ พูดเสร็จแล้วก็ก้มตัวลงเพื่อไม่ให้ใครเห็น และนอกจากนั้นแล้ว กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้เหมือนเด็กประถมนั้นก็คือ เล่นซ่อนหา เล่นขายของ เล่นดีดลูกแก้ว เล่นละครสมมุติเช่น พ่อ แม่ ลูก เป็นต้น
พอถึงช่วงประถมศึกษาปีที่ 2 จนถึงช่วงประถมศึกษาปีที่ 3 ก็ได้เรียนรู้หลากหลายเรื่องราว ทั้งการเรียนการทำกิจกรรมฉันได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปเย็บกระเป๋าจากสิ่งของวัสดุเหลือใช้อีกด้วยในการประกอบของใช้วัสดุมาเพื่อเป็นประโยชน์ ตอนที่ฝึกทำกับคุณครูประจำชั้นนั้นยังจำได้อีกว่า ครูเคยเอาค้อนมาปาใส่หัวฉันด้วยฉันร้องไห้มากไม่รู้ว่าครูไปอารมณ์เสียจากที่ไหนมาแล้วมาลงที่ฉันแต่แล้วฉันก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดเพราะใกล้จะถึงวันที่แข่งเต็มทีแล้ว พอถึงวันแข่งจริงก็ภาคภูมิใจมากได้อันดับที่ 2 อีกด้วย แล้วฉันก็ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันวิ่งในตัวแทนระดับอำเภอในระยะทางวิ่งทางตรง 100เมตร ชนะเลิศ และฉันก็ได้รับการฝึกฝนมาจากคุณครูมาโดยตลอด
พอถึงช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ฉันดีใจมากฉันสอบได้ที่ 1 ของห้องและก็ได้ทำขนมเค้กและขนมผิงอร่อยมากๆเลย ฉันแอบคิดในใจเลยว่าครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 4 สงสัยต้องแอบชอบพอกันแน่ๆเลย จะทำอะไรก็ ประถมศึกษาปีที่ 2 กับ ประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ตลอดเวลา แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ในหมู่บ้านของฉัน มีงานพระธาตุดอยตุงอยู่บนโรงเรียนของฉัน ส่วนฉันและเพื่อนๆในห้องหนีพากันแอบไปเที่ยวโดยการอ้อมไปทางสระน้ำหลังโรงเรียนไปดูเขาแข่งขันปั้งไฟกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั้นเองฉันและเพื่อนๆในห้องก็เลยพากันหนีไปเที่ยว แต่ตอนลงกลับมาที่โรงเรียนโดนคุณครูประจำชั้นตีอย่างแรงและโกรธพวกเรามากถึงขั้นกับไม่ยอมคุยกับพวกเราเลย ได้แต่สอนๆอย่างเดียวเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ กว่าที่คุณครูจะกลับมาเป็นคุณครูคนเดิมได้อีก ทำให้พวกเรารู้สึกเข็ดหลาบกันนานพอสมควร
พอถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คุณครูประจำชั้นคนนี้อยู่โรงเรียนนี้นานมากตั้งแต่สมัยรุ่นของพ่อแม่ของฉันจนมาถึงรุ่นลูกอีกด้วย ครูของฉันเก่งภาษาอังกฤษมาก สอนภาษาอังกฤษนี้ยกนิ้วโป้งให้เลย ครูคนนี้ชื่อ คุณครูมนูญ ไชยฉกรรณ์ ครูเขาเก่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเรื่องศิลปะ ดนตรี กีฬา ฯลฯ ครูเขาเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์อยู่เสมอ แล้วอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่5ได้ทำแปลงผักสวนเกษตรอีกด้วยและช่วงใกล้จะปิดเทอม 2 ได้มีการเลือกตั้งสภานักเรียนโดยการเลือกประธานนักเรียน แล้วฉันก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียน ส่วนในเรื่องของงานกีฬากลุ่มของโรงเรียนโรงเรียนของเราก็ได้รับชัยชนะมาก็คือ วอลเล่ย์บอล แฮนด์บอลของระดับกลุ่มโรงเรียนได้ไปแข่งขันในระดับอำเภอต่อไป
พอถึงช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะจบชั้นประถมศึกษาแล้วเราต้องขยันเรียนหนังสือ คุณครูประจำชั้นก็ติวข้อสอบให้เพื่อที่จะให้เราไปสมัครสอบเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา ในช่วงนี้พอหลังเลิกจาก พักรับประทานอาหารกลางวันแล้ว จะมีการแบ่งเวรกันขายของสหกรณ์และขายน้ำอัดลมในแก้วละ 3 บาท หาเงินเข้าห้องเพื่อที่จะจบประถมศึกษาปีที่ 6 จะได้มีเงินเลี้ยงฉลองกันก่อนที่จะจากกันไปเรียนต่อที่อื่น ฉันรู้สึกว่าฉันจะเป็นศิษย์โปรดของคุณครูมากเพราะว่าครูจะใช้จำทำอะไรก็เรียกชื่อฉัน ฉันยังจำชื่อครูคนนี้ได้อีกครูเขาชื่อ กมลวรรณ สายปินตา ครูเขาทั้งสวยใจดีและเข้าใจนักเรียนในทุกๆเรื่องได้อีกด้วย ในตอนนี้ฉันก็ได้เป็นประธานนักเรียนต้องตื่นแต่เช้าเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดีให้แก่น้องๆเพื่อนๆ ทุกๆเช้าฉันจะต้องเดินไปตรวจเวรที่น้องๆ และเพื่อนๆได้รับมอบหมายตามเขตรับผิดชอบของตัวเองหลังจากที่เข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จแล้วฉันก็ต้องไปรายงานผลจากการที่ไปตรวจเวรว่าเป็นอย่างไรบ้างในวันนี้
และในช่วงเวลาที่ฉันเรียนอยู่ที่ในโรงเรียนประถมศึกษานั้น เกิดเหตุทำให้ฉันต้องมีรอยตำหนิ 2 รอยด้วยกันคือ
-รอยแผลเป็นที่หัวเข่าด้ายซ้าย เกิดจากการไปแข่งกีฬาแฮนด์บอลในระดับกลุ่มโรงเรียนฉันกำลังจะเหวี่ยงแขนยิงประตูแต่บังเอิญว่าเพื่อนอีกฝ่ายหนึ่งมาบังไว้ทำให้ฉันเกิดล้มจนได้รับแผล
-รอยแผลเป็นที่หางคิ้วข้างขวา เกิดจากตัวฉันเองฉันอยากจะเอาไผออกก็เลยเอาปูนขาวแดงมาผสมกับน้ำมะนาวแล้วไปแตะที่ไผ หลังจากนั้นแห้งแล้วก็ใช้ผ้าพันแผลพลาสเตอร์ปิดทำให้แผลไม่แห้งก็เลยเอามีดค่อยแคระมันก็เลยกลายเป็นรอยแผลเป็นนี้เอง
ในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นช่วงเวลาที่เราต้องสนใจการเรียนให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อให้เราเรียนต่อในระดับสูงๆอีกต่อไปฉันและเพื่อนๆต่างพากันไปสมัครเรียนและสอบวัดแววที่โรงเรียนสบจางวิทยาและผลปรากฎว่าฉันและเพื่อนๆสอบติดกันทุกคนเลยแต่บางคนอาจจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน และฉันก็ได้เรียนต่อที่โรงเรียนสบจางวิทยา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เมื่อถึงแรกเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ฉันต้องเรียนรู้จากการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆเพื่อนใหม่ๆอีกมากมาย สิ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนเดิมอย่างเห็นได้ชัด คือ เนื่องจากโรงเรียนสบจางวิทยานี้เป็นโรงเรียนของรัฐบาล นักเรียนทุกคนจึงถูกบังคับ ให้อยู่ในกฎระเบียบค่อนข้างที่จะเคร่งครัดมาก ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนหญิง มัธยมต้นจะต้องไว้ผมสั้น ห้า ซอยเด็ดขาด แต่เลยติ่งหูมาได้ 2 เซนติเมตร และนักนักเรียนหญิงมัธยมปลายก็ต้องรวบเก็บผมให้หมด ห้ามไว้ผมหน้า ส่วนนักเรียนชายไม่ว่าจะระดับชั้นใดๆก็ห้ามไว้ผมยาวเกิน 1 เซนติเมตร ซึ่งก็แตกต่างจากโรงเรียนเอกชนมากที่ไม่ค่อยเคร่งครัดในเรื่องของกฏระเบียบพวกนี้ และในโรงเรียนฉันก็เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ทุกๆวันศุกร์ในตอนเช้าหลังจากที่เข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จแล้วก็จะไปกันที่หอประชุมเพื่อฟังการอบรมจากครูและสวดมนต์ ฯลฯ บรรยากาศในโรงเรียนสวยมาก ร่มรื่น น่าอยู่ แถมยังโรงเรียนของฉันก็ยังมีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ศูนย์พัฒนาผสมผสานแม่เมาะ ( PDA) และจากสมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรแม่เมาะ คอยให้ความช่วยเหลือ คอยให้ปัจจัยในเรื่องของเสื้อผ้า อาหาร และทุการศึกษาอีกด้วย
ตอนฉันอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 การเรียนก็ยากพอสมควรไม่อย่างนั้นเขาจะพูดกันหรอว่า ยิ่งเรียนสูงยิ่งยาก (เรียนสูงเท่าไหร่ก็ยากเท่านั้น) ฉันก็ได้ไปสมัครเป็นนักกรีฑาของโรงเรียนแล้วได้ไปแข่งที่สนามวิทยาลัยพละลำปาง แพ้โรงเรียนอื่นอาจจะเป็นเพราะว่าได้รับการฝึกซ้อมน้อยฉันและเพื่อนๆก็สู้ต่อไป ในช่วงนี้กิจวัตรประจำวันของเราก็คือ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ฉันก็ได้ กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ปั่นข้าวแป้งให้แม่เพื่อที่จะทำขนมขาย
พอมาถึงตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 2 ก็ได้มีพี่คนหนึ่งมาจีบฉัน ซึ่งพี่คนนี้ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องเดียวกับเพื่อนของฉันในห้อง พี่เขาชอบมานั่งเฝ้าหน้าห้องเรียนแล้วชอบจ้องหน้าเราบ่อยๆฉันก็รู้สึกทั้งเขินและก็อายจนทำอะไรไม่ถูกเลย มีอยู่วันหนึ่งพี่เขาได้ซื้อขนมเยลลี่ที่เป็นรูปดอกกุหลาบมาซ่อนไว้ใต้โต๊ะของฉัน และในวันต่อมาก็มีจดหมายเล็กๆน้อยๆฝากเพื่อนของฉันมาให้ซึ้งในจดหมายนั้นเป็นความรู้สึกจากใจพี่เขาและกลอนรักๆฉันไปแกะอ่านที่บ้านแอบยิ้มในใจเล็กๆและก็ได้ตอบจดหมายพี่เขาไป (สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน เพราะว่าฉันรับเขาเป็นแค่ พี่ชาย ) ชีวิตในช่วงนี้มันเป็นช่วงชีวิตที่เราอยากรู้อยากลองมากเลยทีเดียวแต่พ่อและแม่ของันก็คอยอบรมเลี้ยงดูฉันให้เป็นคนดีอย่างสม่ำเสมอและสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ
พอถึงตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 ฉันก็ได้เรียนสิ่งที่ยากเพิ่มมากขึ้น ฉันได้ไปเข้าค่ายที่แกร่งหลวง หรืออุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งนี้สวยงามมากฉันและเพื่อนๆได้นั่งรถไฟไปและได้เดินทางไกลเข้าป่ากว่าจะถึงอุทยานก็นานพอสมควร อยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อนๆแต่ละคนของฉันต่างพากันไปเรียนต่อที่อื่นกันแต่ฉันคงจะต่อที่เดิมเพราะว่าพ่อกับแม่บอกว่าเรียนต่อที่ไหนก็เหมือนกันนั้นและมันอยู่ที่ตัวเราจะดำเนินชีวิตต่างหากและยังเป็นโรงเรียนใกล้บ้านประหยัดค่าใช้จ่ายเรียนใกล้บ้านก็ยังได้ช่วยพ่อแม่ทำงานแบ่งเบาภาระของท่านได้บ้าง ในช่วงของเวลาที่ใกล้จะจบนั้นต่างคนต่างก็มีเฟรนด์ชิพคนล่ะเล่มไว้ให้เพื่อนเขียนก่อนที่จะจากกันบางคนยอมเสียสละเสื้อนักเรียนของตัวเองเลยโดยให้เพื่อนเขียนไว้เพื่อบันทึกภาพความทรงจำ
พอถึงตอนนี้ในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายฉันก็ได้สอบเข้าเยนในแผนการเรียนวิทย์-คณิต และก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายทั้งการเรียนและกิจกรรมของโรงเรียน ฉันก็ได้ย่างก้าวเข้าสู่สภานักเรียนเป็นคณะกรรมการนักเรียน แล้วก็ยังจำได้ว่ามีครูที่ปรึกษาที่ดีมากคอยช่วยเหลือในทุกๆเรื่องท่านเข้าใจเด็กๆได้ดีมากทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเรียนและยังคอยให้คำปรึกษาที่หลากหลายเรื่องได้ทุกๆเรื่อง
ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้เรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เข้มข้นมากและก็ยากพอสมควรอีกด้วยฉันก็ได้ไปเข้าค่ายในโครงการ Coal To school ในกิจกรรม coal project สนุกมากและได้ทำโครงการนี้เพื่อเข้าร่วมการประกวดแข่งขันอีกแต่แล้วเมื่อไปแข่งขันโครงงานโรงเรียนของฉันก็ไม่ผ่านการเข้ารอบเพราะมีในตัวแทนแต่ละโรงเรียนมาแข่งขันกันทุกๆโรงเรียนในจังหวัดลำปาง และตอนที่ปิดภาคเรียนฉันก็ได้ขายของแล้วก็ไปฝึกหัดขับรถยนต์ด้วยกว่าจะขับคล่องก็ทำเราเอาเกือบเป็นเวลาสองเดือนกว่าและแล้วฉันก็ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการเล่นกีฬาแฮนด์บอลไปเล่นในตัวของทีมจังหวัดลำปางไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆต่างโรงเรียน พวกเราก็ไปฝึกซ้อมกันเป็นเวลา 1 อาทิตย์ แล้วก็ไปแข่งขันที่จังหวัดแพร่ในชื่อกีฬา หม้อฮ้อมเกมส์ ฉันก็รู้สึกภาคภูมิใจมากพอกลับมาที่โรงเรียนก็ได้รับคำชื่นชมยินดีจากผู้อำนวยการ คณะครูที่โรงเรียนอย่างปลื้มปิติ
ตอนเปิดถาเรียนใหม่ๆโรเรียนก็ได้จัดพิธีไหว้ครูขึ้นมาเหมือนเช่นกับทุกๆปี แต่ในปีนี้ห้องของฉันก็ได้ช่วยกันทำพานกันอย่างตั้งใจและสุดความสามารถเพื่อนๆช่วยกันทำพาน ณ ที่บ้านของฉันเองทำพานเสร็จก็เกือบจะประมาณตีสองกว่าๆต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน รุ่งเช้าทุกๆคนก็ต่างมีกระสวยมีดอกไม้ ธูปเทียนไปกราบไหว้ครูเพื่อทดแทนกราบสักการบูชาครู การไหว้ครูรั้งนี้ก็มีการประกวดพานห้องของฉันก็ได้รับชัยชนะในประเภทสวยงาม ส่วนความคิดสร้างสรรค์ได้รองชนะเลิศ หลังจากที่พิธีไหว้ครูเสร็จเรียบร้อยแล้วห้องฉันได้พากันไปกราบไหว้ครูทุกๆคนตั้งแต่ ผอ.ในโรงเรียนรวมไปถึงครูเล็กครูน้อยในโรงเรียนวันนี้น้ำตาของฉันไหลแทบไม่หยุดเลยเพราะไหว้เสร็จก็ร่วมกันร้องเพลง พระคุณที่สาม ให้ครูฟังอีกด้วย(โดยเฉพาะครูที่ปรึกษาห้องพวกเราได้คุยกับท่านานมากๆต่างคนต่างน้ำตาไหล )
และในอำเภอแม่เมาะรอบโรงไฟฟ้าก็ได้มีโครงการเบิกฟ้าเด็กแม่เมาะให้ไปเที่ยว สวนสยามทะเล กรุงเทพ มีกระเป๋าและหมวกสีเขียวแจกให้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ กินฟรี เที่ยวฟรี การไปทัศนศึกษาครั้งนี้สนุกสนานมากมายได้พบและสัมผัสกับที่เราไม่เคยไปและเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวก็คือ สวนสยามทะเลกรุงเทพ เล่นของเล่นในสวนสยามฉันเล่นได้แค่ 3 ชนิด อันแรกไปเข้าบ้านผีสิงหน้ากลัวมากันและเพื่อนๆต่างก็พากันตกใจหาทางออกก็ไม่เจอ พอไปเล่นเครื่องเล่นอันที่ 2 คือ ดิสโก้แท็ก ทำเอาฉันเวียนหัวมาก จนมาถึงอันสุดท้ายคือ จานเหวี่ยง โอ้โหอันนี้สุดยอดมากเลยพอลงมาทั้งเวียนหัวทั้งอาเจียน ฉันไม่สามารถไปเล่นเครื่องเล่นชนิดอื่นๆได้อีก และได้ไปเที่ยวที่อัลเตอร์วอเทอร์โวสวยงามมากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้เราไว้ชมดูพวกปลาเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ และได้ไปที่เรือหลวงจักรีนฤเบศ ฯลฯ คืนที่สามก็ได้ไปนอนที่โรงแรมกินอาหาร ขนมอย่างอิ่มหนำสำราญกินได้ตลอดเพราะเขาจัดเป็นบุปเฟต์ให้แถมยังได้ลงไปเล่นน้ำทะเลอีกด้วย อยากจะบอกว่าโชคดีจริงๆเลยที่ได้เกิดมาอยู่ประเทศไทยและในพื้นที่ในจังหวัดลำปาง อำเภอแม่เมาะ
ส่วนกิจกรรมเรื่องการเรียนการสอนนั้นฉันและเพื่อนๆในห้องยกเว้นผู้ชาย 2 คน ที่ไม่ติดศูนย์วิชาฟิสิกส์เพิ่มเติมนอกนั้นเป็นผู้หญิงติดหมดกันทั้งห้องเพราะว่าวิชาฟิสิกส์เรียนยากมากเลยเกิดมาตังเรียนหนังสือยังไม่เคยติดศูนย์ดันมาติดตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ฉันกับเพื่อนๆสนทนาพาทีกันต่างๆนาๆ ครูสอนฟิสิกส์คนนี้เก่งมากจบมากจากมหาลัยเชียงใหม่แถมยังได้เกียรตินิยมอีก ทั้งหน้าตาดีทั้งเก่งครูคนนี้ก็สามารถคุยปรึกษาแกได้ทุกๆเรื่องแม้กระทั่งเรื่องเงิน เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก ครูสามารถหาทางออกและช่วยแก้ปัญหาให้ไปในทางที่ดีได้อีกด้วย (สิ่งที่ฉันและเพื่อนติดศูนย์การแก้ก็คือโยการคัดหนังสือเล่มที่เรียนมาทุกตัวอักษรมาส่งครู)
ส่วนช่วงปิดภาคเรียนฉันก็ได้ไปช่วยแม่ทำงานบ้านและช่วยแม่ค้าขายตัวของฉันเองก็ยังไม่เคยออกไปทำงานนอกบ้านเลยเหมือนกันเพราะว่าพ่อและแม่ไม่อยากให้ไปก็เลยขายน้ำผลไม้และส้มตำที่หน้าบ้านบางวันก็ขายของได้ดีมากจนไม่พอขาย บางวันก็ไม่หมด ช่วงปิดเทอมในเดือนตุลาคมนี้ปิดแค่เดือนเดียวเหมือนกับปิดเทอมช่วงภาคฤดูร้อนปิดนานมาก
พอถึงช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ได้มีเหตุการณ์ที่ฉันประสบอุบัติเหตุก็ คือ ฉันกำลังไปเอาตลับหมึกไปฝากเพื่อนเติมที่ในเมืองพอกลับจากบ้านเพื่อนมาแล้วมันก็ค่ำมืดพอดีก่อนถึงบ้านของฉันมีสะพานที่เป็นทางแคบมีรถกำลังจะมาสวนทางกันส่วนฉันนึกว่าเป็นรถจักรยานยนต์เพราะเห็นมีไฟหน้าแค่ดวงเดียวฉันก็เลยไม่ชะรอขับรถมาด้วยความเร็วพอสมควรแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคือ รถของฉันชนกับรถอี่แต๋นที่เขาใช้ลากสิ่งของต่างๆทำให้ตัวฉันเองล้มเจ็บทั้งรถและก็คน ตอนนั้นมันก็มืดพอดีคนขับรถอี่แต๋นก็ไม่สนใจอะไรเลย แต่ฉันก็ยังมีสติที่ยังประคองรถของฉัน ขับกลับไปถึงบ้านได้ พอถึงบ้านก็เรียกแม่ของฉันว่า แม่น้องโดนรถชน ทำให้ทุกๆคนในบ้านและระแวงนั้นตกใจกันพาฉันขึ้นมาบนบ้านแล้วก็นอนปรากฏว่าแขนซ้ายของฉันยกไม่ขึ้นเลย หัวเข่าและข้อศอกก็มีแต่แผลเต็มไปหมด ฉันก็ได้แต่ร้องไห้มีญาติพี่น้องมาดูด้วยความเป็นห่วงฉันนั้นเอง พ่อและแม่ของฉันทนไม่ไหวก็เลยพาไปโรงพยาบาลทั้งคืนนั้นเลย แต่หมอก็บอกว่ายังไงก็ต้องมาพรุ่งนี้เช้าอีกตอนนี้ได้แต่ล้างแผลให้ยาแก้ปวดไปทานก่อน พรุ่งนี้มาเอ็กซ์เรย์ดู คืนทั้งคืนนอนไม่หลับเลยเพราะมันช่างเจ็บปวดทรมานที่สุดเลย ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่นอนไม่หลับพ่อและแม่ของฉันก็นอนไม่หลับด้วยเพราะท่านเป็นห่วงเรา พอถึงช่วงเช้าพ่อและแม่ก็พามาที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมมาที่ห้องฉุกเฉินหลังจากนั้นก็ได้ล้างแผลเสร็จแล้วก็นั่งรถเข็นไปห้องเอ็กซเรย์ ปรากฏว่าไหปลาร้าหัก และต้องได้ใส่ที่ดามหลังและเข้าเผือกที่แขนเป็นเวลา 1 เดือนเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดเพราะว่าไม่ได้อาบน้ำเลยได้แต่เช็ดตัวทำงานอะไรก็ไม่ได้ ในช่วงอายุ 18-19เป็นช่วงที่เวลาที่เรามีเคราะห์ด้วย ในด้านของงานกีฬาก็ได้วิ่งคบเพลิงของโรงเรียนและตำบลอีกด้วย
และล่าสุดที่ผ่านมาก็ได้ไปแข่งขันกีฬาที่จังหวัดพะเยาอีกแล้วในชื่อว่า กว๊านพะเยาเกมส์ ในการแข่งขันรอบนี้ได้ผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้เอกับเจ้าภาพ วินาทีสุดท้ายเราจะชนะอยู่แล้วเชียวกรรมการบ้าอะไรไม่เป่านกหวีดซะทีจนทำให้พวกมันฟาดเปควิ่งไปยิงประตูเป็นฝ่ายชนะไป ทีมจังหวัดลำปางพวกฉันนั้นพากันทั้งเสียใจและเสียความรู้สึกเป็นอย่างมากถึงขั้นกับร้องไห้ ก็เลยได้รองชนะเลิศอันดับที่ 2
ในช่วงนี้ก็ใกล้จะเป็นช่วงของการสอบกัน ทั้งโอเน็ต เอเน็ต แถมยังมีการสอบโครต้ามหาลัยเชียงใหม่อีก และการสอบ Get / Pat (รุ่นของฉันเป็นรุ่นแรก ) วิชาละ 200บาท ฉันได้โครต้าไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นอันว่าติดแล้วทางมหาลัยก็ส่งหนังสือมาที่โรงเรียนบอกว่าให้ไปสอบสัมภาษณ์และสอบปฏิบัติ มีอยู่วันหนึ่งโครต้ามหาลัยเชียงใหม่สอบตรงกับที่มหาลัยราชภัฏลำปางเข้ารับการมอบตัวพอดี ฉันตัดสินใจไปสอบโครต้าไม่ไปมอบตัวที่ราชภัฏลำปาง แล้วผลสอบโครต้ามหาลัยเชียงใหม่ออกฉันไม่ได้ฉันก็เลยมาสมัคที่ราชภัฏลำปาง ตอนแรกที่ฉันเลือกอันดับ 1 คือ วิทยาศาสตร์ทั่วไป 2 วิทยาศาสตร์เคมี 3 วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตอนประกาศฉันได้ อันดับที่ 2 วิทยาศาสตร์ศึกษาเคมีและแล้วย่างเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและตอนอยู่ปี1 ได้ใส่ชุดนักศึกษาคู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาวใช้กระเป๋าที่มหาวิทยาลัยแจกให้ รวบผมให้เรียบร้อยแต่งตัวให้เป็นเฟรชชี่ที่น่ารักที่สุด ฉันเคยผ่านการรับน้องวิทย์ฯ มาแล้วอย่างแรงเลย มีทุกรูปแบบ เรียนก็หนักแถมยังยากอีกด้วย เทอม 2 ฉันรู้สึกว่ากลัวเรียนจบแล้วไม่มีความรู้ไม่สอนเด็กๆก็เลยตัดสินใจย้ายสาขามาเรียน สังคมศึกษา ก็ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เยอะกว่าเดิม เราจะเรียนอะไรก็ยากเหมือนกันทุกๆวิชาทุกๆสาขาแต่อยู่ที่ว่าความยากง่ายและความเข้าใจที่เราจะสามารถนำไปปรับใช้ปฏิบัติได้ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด การที่เราก้าวมาสู่รั้วมหาวิทยาลัยนั้นแตกต่างจากโรงเรียนมากเพราะในโรงเรียนครูคอยดูแลช่วยเหลือเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาแต่กับอยู่มหาวิทยาลัยอาจารย์เขาคิดว่าเด็กๆโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้วไม่ต้องมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลาเรียนเลิกเสร็จก็หมดภาระหน้าที่ของครูแล้วซึ่งแตกต่างจากครูในโรงเรียนมาก มหาวิทยาลัยราช-ภัฏลำปางแห่งนี้ได้สอนให้คนทุกคนเป็นคนดีเริ่มจากท่านอธิการบดีของเราเลยที่คอยอบรมสั่งสอนเราอยู่อย่างสม่ำเสมอและก็รวมไปถึงครูบาอาจารย์ที่คอยสั่งสมความรู้ให้เราในแต่ละวิชาแต่ละภาคเรียนล้วนเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่ตัวเราเองและยังเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เราจะนำแบบอย่างที่ดีของครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง
ในตอนนี้ฉันมีเรื่องต้องคำนึงอยู่ตลอดเวลา นั้นก็คือ อยากเรียนให้จบ มีหน้าที่การงานทำ ทุกๆวันนี้ที่ฉันได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ได้ให้ฉันมีในวันนี้และได้มาเรียนถึง ณ จุดนี้ได้ ทุกๆวันนี้ทุกๆวันศุกร์ฉันกลับบ้านไปแม่ของฉันให้เงินมาอาทิตย์ละหนึ่งพันบาทบางครั้งก็แปดร้อยบาทบ้างไปช่วยท่าทำงานบ้าง การที่ฉันได้มาเรียนครุศาสตร์ สังคมศึกษา นี้ก็เป็นความต้องการของท่านทั้งสองที่อยากจะให้ฉันได้เรียนแล้วมีงานทำ และท่านก็ยังบอกว่าจะได้มีฐานะการงานที่มั่นคงไม่ต้องมาเหนื่อยเหมือนกับพ่อแม่ และแรงบันดาลใจและสิ่งที่ฉันภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือ การที่เราทำตัวให้เป็นประโยชน์เป็นคนดีของพ่อแม่ คนรอบข้างรวมไปถึงคนที่เรายังไม่รู้จักอย่างน้อยรอยยิ้มของเราก็ทำให้เรารู้ว่าไม่เป็นคนถือตัว หยิ่งทะนงอีกด้วยเราเรียนวิชา มนุษย์สัมพันธ์สำหรับครู จิตวิทยาสำหรับครู จิตวิทยาแนะแนว เป็นต้น ฯลฯ ก็เหมือนกันทำให้เรารู้ว่าการเราต้องเป็นคนที่บุคลิกภาพที่ดีน่านับถือ มีเสน่ห์ รู้จักไปลามาไหว้แบบนี้เขาเรียกว่าคนอัธยาศัยดีมีเราจะเป็นครูที่ดีต้องสอนอย่างไรทำอย่างไร ให้ผู้ฟังเราตลอดเวลาเราสอนไม่เกิดความเครียดน่าเบื่อ และอีกอย่างไม่ง่วงนอนในเวลาเราสอนอีกด้วยทุกๆวันนี้ถ้าเราไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ ที่คอยส่งเสียเราเรียนมาจนถึงปัจจุบันนี้เราก็ไม่ได้มายืน อยู่ ณ จุดนี้หรอกนี้แหละคือแรงบันดาลใจอันสูงสุด
สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือการที่ได้เรียนใน มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางแห่งนี้ (มหาวิทยาลัยท้องถิ่น) นี้เพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพและนำไปใช้ไปปฏิบัติเพราะการเป็นครูที่ดีต้องรู้จักหน้าที่ของตนเอง มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายรวมไปถึงการมีจิตใจที่แน่วแน่มั่นคงเพราะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่อนุชนคนรุ่นหลังไว้สืบต่อๆไปได้อีกด้วยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s